BOTOX


 Botox คืออะไร

Botox เป็นชื่อทางการค้า ของสารโปรตีนบริสุทธิ์ Botulinum Toxin Type A ซึ่งสกัดได้จาก แบคทีเรีย Clostridium botulinum ผลิตขึ้นในสหรัฐอเมริกา  ในระยะแรกนั้น ได้นำมาใช้ในการรักษาโรคกล้ามเนื้อกระตุก ต่อมาจึงมีการประกาศอนุมัติ โดยองค์การอาหารและยาหรือ FDA ( Food and Drug Administration) ให้สามารถนำมาใช้ในการรักษาด้านผิวพรรณความงาม 


โบท็อกซ์ออกฤทธิ์อย่างไร

Botox มีประสิทธิภาพในการคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณ โดยจะออกฤทธิ์ ทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อเล็กๆ ที่ก่อให้เกิดริ้วรอยเวลาแสดงสีหน้า คลายตัว จะเห็นผลภายใน 3 – 7 วันหลังการฉีด โดยฤทธิ์ของยา จะคงอยู่ได้ราว 4 – 6 เดือน

http://www.botoxcosmetic.com


ประโยชน์ของ Botox ที่สามารถ นำมาใช้รักษาปัญหาผิวพรรณและความงาม

รอยบริเวณหางตา ( Crow’s Feet )
ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ( Forehead Lines )
รอยย่น บริเวณด้านข้างของสันจมูก ( Bunny Lines )
ลดขนาดปีกจมูกลง ( Nasal Flare)
ลดริ้วรอย สันมุมปาก ( Perioral Lines)
ร่องบริเวณคาง, คางงบุ๋ม( Mental Crease, Dimpled Chin)
รอยย่น บริเวณลำคอ ( Horizontal Neck Lines)
ปรับความโค้งของคิ้วให้ยกขึ้น ( Brow Shaping )
ลดขนาดกราม ( Jaw reduction)
ลดขนาดน่อง ( Calf Contouring )
ระงับเหงื่อ ลดกลิ่นกาย ( Hyperhidrosis )

 

ปรับหน้าเรียวสวยด้วย Botox

ปัจจุบันพบว่ามีความนิยม ปรับแต่งรูปหน้าให้เรียวเล็ก โดยสารนี้จะออกฤทธิ์ คลายกล้ามเนื้อ เรียกว่า ‘Masseter’ ซึ่งอยู่บริเวณขากรรไกร สาเหตุของการมีกรามขนาดใหญ่ อาจเกิดจากพันธุกรรมที่มีโครงหน้าเหลี่ยม หรือเกิดจากพฤติกรรม การรับประทานอาหาร เช่น ชอบเคี้ยวอาหารที่มีความเหนียวเป็นประจำ เช่น หมากฝรั่ง จนทำให้กล้ามเนื้อดังกล่าว มีขนาดโตขึ้น

การฉีดโบท็อกซ์นั้น สามารถทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามบางลงได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างของกระดูกกรามได้ ดังนั้นวิธีนี้จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหน้าเหลี่ยม หรือกว้างจากกล้ามเนื้อ ทดสอบโดยการกัดฟัน จะพบกล้ามเนื้อชนิดนี้ นูนแข็งขึ้น

การฉีดโบท็อกซ์ ทำให้เกิดการคลายกล้ามเนื้อ และลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกร ความหนานูนของกล้ามเนื้อ บริเวณมุมกรามจึงลดลง ทำให้ใบหน้าดูเรียวได้ Botox จะเริ่มออกฤทธิ์หลังฉีดไปแล้วประมาณ 1 - 2 สัปดาห์ และออกฤทธิ์เต็มที่ช่วง 2-3 เดือนหลังฉีด ซึ่งผลการรักษาแต่ละครั้งจะอยู่ประมาณ 6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคน

นอกจากกล้ามเนื้อบริเวณกรามแล้ว โบท็อกยังนิยมนำมาฉีดเพื่อลดขนาดของกล้ามเนื้อน่อง “medial gartrocnemius” ทำให้น่องเรียวลง อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด

เทคนิคใหม่ล่าสุดคือการฉีด mesolifting โดยใช้โบท็อกผสมให้เจือจางลงเพื่อฉีดในชั้นผิวหนัง ( Dermis ) คล้ายการทำเมโส หลังจากฉีดจะพบว่าใบหน้าดูยกกระชับตึงขึ้น ผิวเนียนเรียบ รูขุมขนเล็กลงอย่างชัดเจน แต่การฉีดวิธีนี้ มีข้อเสียคือ จะเห็นผลระยะสั้นๆ เพียง 2 - 3 เดือน เท่านั้น

คำแนะนำการดูแลผิวหลังฉีด Botox

• ควรอยู่ในท่าตรง นั่งหรือยืน ไม่ควรนอนราบ ภายใน 3 ชั่วโมงแรก หลังฉีด แต่สามารถนอนในแนวเฉียง 45 องศาได้
• ควรเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดที่ได้รับการฉีดทุก 15นาที เป็นเวลา 1 ชั่วโมงหลังจากฉีดยา
• หากมีอาการปวดบริเวณที่ฉีดให้รับประทานยาแก้ปวดหรือประคบด้วยความเย็นบริเวณดังกล่าว อาการปวดจะหายเองใน 2 - 3 วัน
• หากพบว่ามีรอยช้ำ ให้ประคบด้วยน้ำแข็ง หรือผ้าชุบน้ำเย็นๆ
• ควรล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดและใช้วิธีซับเบาๆ ไม่ควรนวดหรือถูหน้าแรงๆ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกหลังฉีดยา
• หลีกเลี่ยงการนวดหน้าและการทำเลเซอร์เป็นเวลา 10 – 14 วัน
• ควรมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผล





ติดต่อเราได้ที่

มัณฑนีคลินิก

เปิดบริการทุกวันจันทร์ถึงอาทิตย์
เวลา 11.00น. – 20.00น.
แพทย์เข้าตรวจ12.00น – 19.00น.

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 คลินิกจะย้ายจากซอยรางน้ำ ไปที่อาคารวรรณสรณ์ชั้น 3 แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม.
อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าBTS สถานีพญาไท สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็ว อาคารวรรณสรณ์เป็นตึกสูง 16 ชั้น อยู่หัวมุมถนนแยกพญาไทกับถนนศรีอยุธยา มีอาคารจอดรถรองรับเพียงพอ นำรถส่วนตัวมาจอดได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  

โทร 084-1250700

คลิกเพื่อดูแผนที่